PRE-WRITING EXERCISE 3 – SOP อะไรควร อะไรไม่ควร ?

Tai Articles Cov3

พอได้เค้าโครง SOP ที่โอเคแล้ว ก็ได้เวลาเริ่มลงมือเขียนกันเสียที น้องๆ และเพื่อนๆ หลายคนที่รักการเขียนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วก็จะค่อนข้างได้เปรียบ ส่วนคนที่ไม่ชอบการเขียนมากนักก็อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ เพราะนี่ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฝึกทักษะการเขียนเพื่อเตรียมรับมือเมื่อเราไปเรียนต่อต่างประเทศ

บางคนอาจคิดว่าเรามีพรสวรรค์ในการเล่าเรื่อง สามารถเขียนเรียงความตีบทแตกกระจุยถึงขั้นเข้าชิงรางวัลออสก้าร์ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าเราจะประสบความสำเร็จ เพราะการเขียน SOP ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและไม่ควรแต่งเรื่องเท็จ นอกจากนี้ การเขียน SOP โดยหลักก็เหมือนกับการเขียนเรียงความวิชาการประเภทอื่นๆ หมายความว่า เราควรเดินตามหลักการเขียนเรียงความที่ดี เพราะแม้เราจะมีเทคนิคในการนำเสนอข้อมูลที่ดีเยี่ยม แต่หาก SOP ของเราขาดองค์ประกอบเหล่านี้ เราก็ไม่อาจประสบความสำเร็จในการสมัครเรียนต่อต่างประเทศหรือไม่ได้การตอบรับจากสถาบันที่เราคาดหวัง

ก่อนที่จะลงมือเขียนจริง น้องๆ และเพื่อนๆ ต้องจะทราบว่า มีปัจจัยใดบ้างที่จะต้องคำนึงถึงและอะไรเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ (DOs and DON’Ts) ใน SOP ของเรา ซึ่งพอที่จะสรุปองค์ประกอบที่สำคัญโดยคร่าวๆ ได้ตามรูปครับ

sop do dont

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดที่แสดงข้างต้นนี้เป็นเพียงบางส่วนขององค์ประกอบที่สำคัญของ SOP ที่ดี แต่ยังมีอีกองค์ประกอบย่อยๆ อีกหลายๆ ประการซึ่งเราควรจะต้องคำนึงถึงเพื่อให้ได้ SOP ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งไว้จะกล่าวถึงต่อไปในโอกาสหน้าครับ

www.innerview.co

PRE-WRITING EXERCISE 1 – เริ่มต้นดีมีชัย (เกิน) กว่าครึ่ง

Tai Articles Cover1.png

ในซีรี่ส์นี้ จะเรามาว่ากันด้วยเรื่องแบบทดสอบก่อนเขียน Statement of Purpose (SoP) หรือ Pre-Writing Exercise ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ตอน โดยในตอนแรกนี้ เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการกำหนดเค้าโครงของ SoP ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องการคิด Theme ของ SoP และหลักการเขียนและข้อพึงระวังในการเขียน SoP ต่อไป

พอจะเริ่มลงมือเขียน SoP เพื่อสมัครเรียนต่อต่างประเทศ หลายๆ คนอาจไม่มั่นใจว่าจะเริ่มจากจุดไหนดี? บ้างก็ขอตัวอย่างจากรุ่นพี่หรือหาจากอินเตอร์เน็ตมาดูเป็นตัวอย่างแล้วลงมือเขียนเลย หรือยิ่งไปกว่านั้นก็อาจจะ “ว่าจ้าง” ให้คนอื่นเขียนให้ อย่างหลังเป็นสิ่งที่ผิดมหันต์นะครับตามที่เคยเป็นข่าวว่ามีนักเรียนไทยโดนมหาวิทยาลัยต่างประเทศจับได้ อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ต่างกับการให้ผู้มีประสบการณ์ช่วยวิจารณ์ผลงานที่เราเขียนเองซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในกระบวนการเขียน SoP หรือ Application Essay ประเภทอื่นๆ และจะมีการลงรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ในโอกาสต่อไป

สิ่งแรกที่นักเรียนควรคำนึงถึงคือ การวางแผนเค้าโครงของ SoP ก่อนเริ่มลงมือเขียน ซึ่งจะเป็นขั้นตอนที่สำคัญกว่าการลงมือเขียนจริง เพราะการวางเค้าโครงที่ดีจะช่วยทำให้เราสามารถคุมเนื้อหาและแนวทางในการเขียนให้เป็นไปในทางเดียวกัน และเมื่อจะลงมือเขียนจริงก็ใช้เวลาน้อยกว่าการเขียนแบบไม่ได้วางเค้าโครงไว้ การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงในขณะที่ยังเป็นเค้าโครงก็สามารถทำได้ง่ายกว่า เพราะการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเมื่อลงมือเขียนเป็นเรียงความไปแล้วอาจหมายถึง การต้องลงมือเขียนใหม่!! สำหรับผู้ที่ไม่ชอบวิธีวางเค้าโครงก่อนเริ่มลงมือเขียน (คิดในหัวไวกว่าเห็นๆ) ก็อยากขอให้ลองเปิดใจใช้วิธีนี้ดูครับ น้องๆ และเพื่อนๆ อาจพบกับโลกใหม่ โลกของการเขียนที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างที่ผมเคยเปิดใจลองใช้วิธีนี้ และพบว่าการเขียนมีประสิทธิภาพขึ้นจริงๆ

เพื่อให้ง่ายต่อการอธิบาย เราสามารถแบ่งเค้าโครงของ SoP เป็น (1) เค้าโครงหลัก และ (2) เค้าโครงย่อย

เค้าโครงหลักของ SoP นั้น ชื่อก็บอกในตัวอยู่แล้วว่ามหาวิทยาลัยอยากทราบ “วัตถุที่นักเรียนประสงค์” นักเรียนจึงต้องเล่าที่มาและที่ไปของการสมัครเรียนในครั้ง ดังนั้น คำถามที่นักเรียนต้องตอบให้ได้คือ “Where did you come from?” “Where are you today?” “Where do you see yourself in the future?” ทั้งนี้ นักเรียนควรใช้เวลาพอสมควรในการตอบ 3 คำถามข้างต้นนี้ เพื่อให้มีความชัดเจนกับตัวตนและทิศทางที่จะเขียนลงใน SoP โดยเราอาจนึกถึงเหตุการณ์ที่สำคัญๆ ในชีวิตที่เราได้เรียนรู้ ทำให้เราเติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม หลายๆ คนอาจคิดว่า “ทำไมกว้างจัง? นึกไม่ออกว่าเอาเรื่องอะไรมาเขียน” ไม่ต้องห่วงครับ ไว้เดี๋ยวคราวหน้า เรามาลองทำ Theme Exercise เพื่อค้นหาว่าเราจะสามารถหยิบประสบการณ์ในชีวิตไหนมานำเสนอใน SoP ได้บ้าง

เมื่อเราได้เค้าโครงหลักของ SoP แล้ว ต่อไปก็คือการเขียนเค้าโครงย่อย ซึ่งก็คือการนำแต่ละคำถามจากเค้าโครงหลักมาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องราวและขยายความให้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยเราอาจเขียน Outline เป็น Bullet Point ด้วยประโยคหรือถ้อยความสั้นๆ เพื่อเป็น Guideline ให้เรานำไปเขียนต่อไปเรียงความได้ ถ้าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของ SoP ก็ควรจะในขั้นตอนนี้เพราะจะทำได้ง่ายกว่าเมื่อเริ่มเขียนเรียงความแล้ว ทั้งนี้ การถ่ายทอดเนื้อหาในส่วนอาจทำได้หลากหลายวิธีแล้วแต่สไตล์และความถนัดของนักเรียน แต่ถ้าไม่รู้ว่าจะควรจะเขียนอย่างไรดี น้องๆ และเพื่อนๆ อาจลองหาตัวอย่างงานเขียนในหนังสือประเภทรวมรวบตัวอย่าง Statement of Purpose ซึ่งมีวางขายตามร้านหนังสือมาศึกษาเป็นแนวทาง แต่อย่าลอกตัวอย่างในหนังสือมานะครับ เพราะนอกจากจะทำให้งานเขียนไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราแล้ว ยังถือเป็นการคัดลอก (Plagiarism) ซึ่งถือเป็นความผิด และหากมหาวิทยาลัยจับได้ก็จะทำให้เราหมดโอกาสเข้าเรียนต่อทันที

เพื่อให้เห็นภาพ ผมขอหยิบยกตัวอย่างของเค้าโครง SoP มาให้ลองพิจารณากัน อย่างไรก็ตาม Outline ด้านล่างเป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของ เนื้อหาของ SoP ทั้งนี้ Outline ดังกล่าว อาจเปลี่ยนแปลงไปตามข้อเท็จจริงและแนวคิดในการถ่ายทอดการนำเสนอข้อมูลของนักเรียนแต่ละคน

taioutline

ในคราวหน้าเราจะมาช่วยกันค้นหาแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ชีวิต เพื่อเลือกหัวข้อ (theme) ในการเขียน SoP กันครับ

www.innerview.co

Tai Articles Cover1

 

Application Essay สำคัญจริงหรือ?

appessayสำคัญ

เมื่อคิดจะสมัครเรียนต่อต่างประเทศ น้องๆ และเพื่อนๆ คงทราบดีว่าหนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญจากทางมหาวิทยาลัยคือ การเขียนเรียงความ (Application Essay) ซึ่งรวมถึง
1. Statement of Purpose
2. Personal Statement
3. การตอบคำถามที่กำหนดให้ (Q&A) หรือ
4. งานเขียนในรูปแบบอื่นๆ เช่น Study Plan หรือ Research Proposal ในระดับชั้นปริญญาเอก เป็นต้น

หลายๆ คนมักไม่ให้ความสำคัญกับ Application Essay ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป เช่น คิดว่ามหาวิทยาลัยอยากดูเพียงทักษะการเขียนของผู้สมัคร หรือเกรดเฉลี่ยหรือคะแนนสอบต่างๆ เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า แต่น้องๆ และเพื่อนๆ ทราบหรือไม่ว่า Application Essay เป็นสิ่งที่สำคัญมาก และมักเป็นปัจจัยที่มหาวิทยาลัยใช้ในการตัดสินว่าเราจะได้เข้าเรียนในคณะที่ใฝ่ฝันหรือไม่ เพราะเราต้องไม่ลืมว่า ยังมีผู้สมัครคนอื่นๆ จากทั่วทุกมุมโลกอีกเป็นจำนวนมากซึ่งมีเกรดเฉลี่ย ประวัติ หรือคะแนนสอบที่ดีไม่ต่างจากเรา Application Essay จึงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่บ่งบอกความแตกต่างระหว่างเราและผู้สมัครคนอื่นๆ และสามารถทำให้เราโดดเด่นในแบบฉบับของตัวเองได้ นอกจากนี้ ในอดีตที่ผ่านมาก็มีนักเรียนไทยหลายคนที่ได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก (เช่น Harvard University) ด้วย Application Essay ที่โดดเด่น และไม่จำเป็นต้องมีเกรดเฉลี่ยระดับต้นๆ ของคณะในชั้นปริญญาตรี

ปัญหาสำคัญที่มักพบจากประสบการณ์ในการตรวจ Application Essay ของนักเรียนไทยที่ผ่านมา คือการ Re-use เค้าโครงงานเขียนต่อๆ กันมา เพียงแต่เปลี่ยนตัวบุคคล เวลา สถานที่ ฯลฯ เหมือนอ่านบทละครรีเมค และขาดความเป็นตัวของตัวเอง ตัวอย่างเช่น นักเรียนไทยมักเปิดเรียงความด้วยดราม่าซึ่งเป็นตัวจุดประกายให้เลือกเรียนคณะในระดับปริญญาตรี จากนั้นก็นำเอาประวัติใน resume มาเล่าอีกรอบ เชื่อมด้วยเหตุผลหรือแรงบันดาลใจที่ทำให้สมัครเรียนต่อ และเมื่อเรียนจบแล้วจะกลับมาพัฒนาประเทศชาติ!!! นอกจากนี้ นักเรียนไทยมักไม่กล้านำเสนอข้อดีหรือจุดแข็งของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คณะกรรมการคัดเลือกรู้จักเราดียิ่งขึ้น และในหลายๆ เคสก็เป็นที่น่าเสียดายเพราะนักเรียนมีประวัติและประสบการณ์ที่น่าสนใจแต่กลับไม่สามารถนำเสนอข้อมูลดังกล่าวให้ออกมาดีอย่างที่ควรจะเป็น

พอได้ทราบเช่นนี้แล้ว เรามาให้ความสำคัญกับ Application Essay กันดีกว่าครับ การเขียน Application Essay จะต้องให้เวลากับมันพอสมควร เริ่มตั้งแต่การคิดเรื่องที่จะเล่า การวางแผนการเขียน และสิ่งสำคัญและจะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ การให้ผู้มีประสบการณ์ (เช่น ศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยที่อยากเรียน) ช่วยตรวจเนื้อหา วิเคราะห์ วิจารณ์ รวมถึงการตรวจไวยากรณ์ไม่ให้มีข้อผิดพลาด และหากเราได้คำแนะนำที่ดี ก็ย่อมทำให้ Application Essay และใบสมัครโดยรวมของเราแข็งแรงมากขึ้น และช่วยเพิ่มโอกาสให้เราได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝันได้อย่างแน่นอนครับ

 

http://www.innerview.co

PRE-WRITING EXERCISE 2 – ค้นหาแรงบันดาลใจ

Tai Articles Cov2.png

จากที่ได้เกริ่นไว้เมื่อคราวที่แล้วว่าจะพาน้องๆ และเพื่อนๆ ลองทำแบบทดสอบเพื่อหา Topic หรือ Theme สำหรับเขียน SOP หลายๆ คนมักจะประสบปัญหาในการเขียนเพราะคิดไม่ตกว่าจะหยิบยกเรื่องไหนมานำเสนอใน SOP ให้โดดเด่นและโดนใจAdmissions Committee เรื่องนี้ดูเผินๆ เหมือนจะง่าย แต่แท้จริงแล้วนับว่าเป็นเรื่องยากพอตัวที่เขียนให้ SOP ของเราโดดเด่นและแตกต่างจากของคนอื่นๆ เพราะอย่างไรเคยบอกไว้ในคราวก่อนๆ ว่า ปัญหาที่พบใน SOP ของนักเรียนไทยคือ สไตล์การเล่าเรื่องของทุกคนดูเหมือนกันไปหมดเหมือนบทละครรีเมก! Admissions Committee เจอแบบนี้คงปวดหัวไม่น้อยเพราะไม่รู้จะเลือกใครดี

การเลือก Topic หรือ Theme ที่เหมาะสม จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญลำดับต้นๆ ซึ่งนักเรียนที่ต้องการจะสมัครเรียนต่อต้องคำนึงถึงเพื่อที่จะประสบความสำเร็จได้เข้าไปศึกษาต่อในสถาบันที่เราคาดหวัง ทำไมถึงสำคัญ? น้องๆ และเพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับว่า จากรายงานข่าวการศึกษาของต่างประเทศ Admissions Committee จะต้องอ่านใบสมัครของเรียนเป็นร้อยหรือเป็นพันคนในแต่ละปี และจะต้องทำงานแข่งกับเวลา จึงมีเวลาอ่าน SOP ของผู้สมัครแต่ละคนเพียง 2 – 3 นาที! ใช่ครับ งานเขียนที่เราฟูมฟักใช้เวลาแรมสัปดาห์แรมเดือนในการเขียนจะผ่านตา Admissions Committee ด้วยเวลาอันสั้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่สามารถปล่อยมัดเด็ดได้ใน 30 วินาทีแรก (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโปรแกรมที่มีการแข่งขันสูง) โอกาสในที่จะได้รับคัดเลือกอาจลดลง เพราะต้องไม่ลืมนะครับว่าผู้สมัครจากทั่วโลกหรือในประเทศไทยเองที่มีประวัติการศึกษาและการทำงาน และคะแนนสอบที่ดีไม่ต่างจากเรามีอยู่เยอะ SOP จึงมักกลายเป็นตัวชี้ชะตาของผู้สมัครในหลายๆ กรณี

แล้วที่นี้เราจะเลือก Topic หรือ Theme อย่างไรดี? เราต่างทราบดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะได้ไปปีนยอดเขาเอเวอเรสต์ คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ หรือตั้งมูลนิธิเพื่อคนยากไร้ ผู้สมัครไปเรียนโปรแกรมเดียวกันส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดก็มักผ่านประสบการณ์ในการเรียนหรือการทำงานในลักษณะที่ไม่แตกต่างมากกัน แล้วอะไรเป็นสิ่งที่จะทำให้ SOP ของเราแตกต่างจากของผู้สมัครคนอื่นๆ ได้? ก็ตัวของผู้สมัครเองนั่นแหละครับ (Be Yourself!) การพยายามปั่นแต่งตัวตนที่ไม่ใช่ตัวตนของเราจริงๆ เพื่อสร้างความประทับใจแก่ Admissions Committee ไม่ใช่เรื่องที่ควรทำและไม่จำเป็นเลยครับ แท้จริงแล้วเค้าอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราในเชิงลึก ความรู้สึกนึกคิด พัฒนาการ แนวคิด มุมมอง เพราะเรื่องที่เราคิดว่าเป็นสิ่งเล็กๆ อาจจะกลายเป็นเรื่องไม่เล็กสำหรับ Admissions Committee ก็ได้ หากเราใส่ใจกับรายละเอียดเล็กน้อยและสามารถถ่ายทอดให้ออกมาน่าสนใจได้ เพราะฉะนั้น Topic หรือ Theme จะต้องเป็นเรื่องที่เรารู้ลึกรู้จริง

เห็นหรือไม่ครับว่าการเลือก Topic หรือ Theme ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ที่จะช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดนำเสนอเรื่องราวออกมาให้น่าสนใจและแตกต่างจากเรื่องราวของคนอื่นๆ ได้ แบบฝึกหัดด้านล่างนี้เป็นแบบสรุปหัวข้อที่เราอาจหยิบยกขึ้นมาเป็น Topic หรือ Theme ของเราได้ น้องๆ และเพื่อนๆ อาจลองอ่านและพิจารณาไปทีละหัวข้อและลองลิสต์ดูว่า ที่ผ่านมาเรามีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ อย่างไรบ้าง เพื่อที่จะหยิบยกมาเขียนเป็น SOP นะครับ

พอเราลิสต์ออกมาได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือการเลือกหัวข้อที่เราคิดว่าดีที่สุดเพื่อเอามานำเสนอใน SOP ที่ว่าดีที่สุดนั้น ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 หัวข้อใน SOP ก็เป็นได้ (แต่ไม่ควรมีหลายหัวข้อมากเกินไป เพราะเขียนลึกดีกว่าเขียนกว้าง) การเลือกมีหลักการเลือกคร่าวๆ ก็คือ ต้องเป็นเรื่องที่เรารู้ลึกรู้จริง ต้องเป็นเรื่องที่สามารถแสดงศักยภาพเกี่ยวกับวิชาการหรือทักษะที่จำเป็นสำหรับโปรแกรมที่เราจะสมัคร และต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับโปรแกรมที่เราจะสมัคร ตัวอย่างเช่น หากเราจะสมัครไปเรียนต่อทางด้านกฎหมาย เราอาจเลือก Topic หรือ Theme ซึ่งเปิดโอกาสให้เรานำเสนอมุมมองหรือแนวคิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายได้ การทำงานใน Project ที่มีอุปสรรคทางด้านข้อกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งจะสามารถต่อยอดไปนำเสนอเกี่ยวกับการวิจารณ์ข้อกฎหมาย แนวคิดและทักษะที่เราได้จากการทำงานใน Project ดังกล่าว เป็นต้น

ถึงจุดนี้แล้ว น้องๆ และเพื่อนๆ คงพอจะเห็นภาพคร่าวๆ เกี่ยวกับ การเลือก Topic หรือ Theme สำหรับ SOP แล้วนะครับ ในคราวต่อไป ผมจะพูดถึงสิ่งที่ควรระลึกเมื่อลงมือเขียน SOP จริงๆ ว่า อะไรควรทำอะไรไม่ควร แล้วพบกันใหม่ในคราวหน้าครับ

soppostheme

www.innerview.co