Talk with Innerview Alumni : P’Pang BI Norwegian

Interview_Pang

สวัสดีครับ Innerview.co พามาคุยกับพี่แป้ง Alumni คนเก่งของเราที่กำลังไปศึกษาต่อด้าน Master of Science in Organisational Psychology & Leadership ที่ BI Norwegian  Business School, NORWAY ภายใต้ทุนการศึกษา A. Wilhelmsen Foundation Scholarship Programme (Full scholarship) โดยพี่แป้งจะมา Share ประสบการณ์การเตรียมตัวสมัครเรียน รวมถึงประสบการณ์การขอคำปรึกษากับ Advisor ของ Innerview ครับ

Q:   อยากให้พี่แป้งแนะนำตัวครับว่า เรียนจบจากที่ไหน สาขาวิชาอะไร

A:  เรียนจบจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ

Q:   แล้วตอนนี้พี่แป้งทำงานเกี่ยวกับอะไรอยู่ครับ เกี่ยวข้องกับวิชาที่กำลังจะไปเรียนต่อหรือเปล่าครับ

A:   ตอนนี้พี่ทำงานเป็นที่ปรึกษาองค์กร ด้านทรัพยากรบุคคล เฉพาะทางในด้านของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร สร้างความผูกพัน การค้นหา talent ในองค์กร และการวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่ง  ซึ่งค่อนข้างเกี่ยวกับด้านที่ไปเรียนต่อ เนื่องจาก เนื้อหาหลักเป็นวิชาด้านจิตวิทยาองค์กรและธุรกิจ ส่วนตัวพี่สนใจเนื้อหาด้านธุรกิจเพราะจะช่วยเพิ่มความรู้เดิมด้านจิตวิทยาที่มีอยู่ และสามารถมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กรได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Q:      พี่แป้งมีวิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อยังไงบ้างครับ

A:   เนื่องจากพี่เตรียมตัวเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และงาน consultant เป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ดังนั้นต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงพี่ตัดสินใจจะสมัครชิงทุนการศึกษาในช่วงเดือน มีนาคม ปีที่แล้ว ซึ่งก็คือประมาณ 1 ปี ก่อนครบกำหนด Deadline เลยต้อง stick with plan มากๆ ค่ะ เพราะว่าระหว่างทำงาน เราจะมีขี้เกียจบ้างอะไรบ้าง ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หลักๆ คือ พอสนใจทุนนี้ก็รีบศึกษารายละเอียดให้ชัดว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ถัดมาคือต้องสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) ให้ผ่าน หลังจากนั้นคือเตรียมเรื่อง Essay ในความเห็นของพี่มองว่าเราไม่ควร ทำ 2 อย่างพร้อมกัน เพราะว่ามันจะไม่เต็มที่ซักอย่าง พอพี่สอบภาษาอังกฤษผ่าน ก็เริ่มเตรียม Essay ทันที ตอนนี้ก็สามารถเตรียมเอกสารอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ เช่น พวกเอกสารที่ต้องขอจากมหาวิทยาลัยค่ะ

Q:   แล้วพี่แป้งมีวิธีเตรียมตัวเขียน Essay อย่างไรบ้างครับ

A:   การเตรียม Essay ของพี่ต้องมี 2 ชิ้นค่ะ คือ SOP และ essay สำหรับขอทุนฯ ซึ่งในการเตรียม essay ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแก้หลายรอบมาก ดังนั้น น้องๆ จึงควรเตรียมตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ พี่เองมาเริ่มเขียนตอน 3 เดือนสุดท้ายก่อนหมดเขตทุน ยังรู้สึกว่ามีเวลาน้อยเกินไปค่ะ ซึ่งหากย้อนเวลากลับไป พี่ก็อยากจะใช้เวลาเพิ่มเป็นซัก  6 เดือน จะได้ไม่ต้องรีบตอนช่วงสุดท้ายค่ะ

ในการเตรียมงานเขียน พี่ก็เริ่มจากเตรียมเค้าโครงเรื่องและจุดสำคัญๆ ที่เราอยากจะแสดงให้คนอ่านได้ประทับใจ  โดยต้องศึกษาจากจุดประสงค์ของที่เรียนและทุนฯ ให้ดีว่าหลักสูตรและมหาวิทยาลัยต้องการผู้เรียนลักษณะไหน เพื่อให้เขียนได้ตรงจุด  โดยการเขียน essay ระบุว่าห้ามเกิน 1 หน้า ซึ่งยากมาก เพราะว่ามันทำให้เราไม่สามารถเขียนทุกอย่างที่เราอยากจะพูดถึงได้ค่ะ แล้วพี่ก็ให้พี่ advisor ที่มีประสบการณ์เคยสมัครเรียนต่อช่วยดูให้ค่ะ

Q:   พี่ advisor ช่วยพี่แป้งยังไงบ้างครับ

A:   พี่ advisor ช่วยอ่าน Essay ของพี่เพื่อปิด gap ซึ่งก็ช่วยได้มาก เพราะว่าช่วยตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น ทำให้เนื้อหากระชับ ตรงประเด็น และช่วยชี้ว่าเนื้อหาส่วนไหนที่เป็นจุดแข็งของเราหรือส่วนไหนที่ยังอ่านแล้วไม่ชัดเจน ซึ่งพี่ advisor ก็ไม่ได้มาเปลี่ยนเนื้อหา ทำให้งานเขียนยังแสดงความเป็นตัวตนของเราเหมือนเดิม แต่พี่เค้าจะแนะนำวิธีการสื่อสาร ทำให้ Essay ของเราน่าสนใจมากขึ้น แล้วก็ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อค่ะ

Q:   สุดท้ายนี้ ขอให้พี่แป้งฝากอะไรถึงน้องๆ หน่อยครับ ไหนๆ เราก็เตรียมไปเป็นเด็กนอกกันแล้ว รบกวนเป็นภาษาอังกฤษละกันครับ

A:   Be well-prepared on planning and set an achievable goal at least one year in advance. Ask yourself which programme and in which university you want to pursue, as well as which lifestyle you want to live your life. Those will certainly lead you to the most suitable programme. For people who are doing full-time jobs, well-balance between work and your essay preparation. It would be apparently harder and messier if you prepare last minute.

www.innerview.co

Advertisements