Innerview by P’Kay U.of Melbourne

Interview_Tanarat.jpg

สวัสดีครับเพื่อนๆ น้องๆ วันนี้ทีมงาน Innerview.co อยากจะขอนำบทสัมภาษณ์ที่เราได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์พี่ๆ ที่เคยไปเรียนต่อในประเทศต่างๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนๆ น้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวหรือตัดสินใจไปเรียนต่อในต่างประเทศครับ โดยพี่ท่านแรกที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์กับเราในครั้งนี้ คือ พี่เก้ ธนะรัตน์ ครับ

Q:   สวัสดีครับพี่เก้ วันนี้ อยากจะรบกวนพี่เก้มาร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียนต่อในต่างประเทศกัน ขอเริ่มจากคำถามพื้นฐานเลยครับว่า ทำไมพี่เก้ถึงเลือกไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียครับ

A:  เอาจริงๆ นะครับ เหตุผลส่วนตัวล้วนๆ คือว่าพี่ได้มีโอกาสไปเที่ยวออสเตรเลียมาก่อนหน้านั้นแล้วรู้สึกชอบเลย สภาพเมืองค่อนข้างน่าอยู่ ความปลอดภัยค่อนข้างสูง ค่าครองชีพไม่แพงจนเกินไป มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม คนเป็นมิตร (เป็นที่รู้กันว่าคนออซซี่ค่อนข้างชิวๆ ครับ) แล้วก็ดูว่าเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวครับ แต่สำหรับน้องๆ ที่กำลังเลือกเมืองในออสเตรเลีย ก็ต้องศึกษาดูดีๆ นะครับเพราะเมืองแต่ละเมืองก็มีจุดเด่น จุดด้อยต่างกันครับ นอกจากสภาพความเป็นอยู่แล้ว ก็อยากให้น้องๆ ดูปัจจัยด้านอื่น เช่นระบบการศึกษา หลักสูตรของแต่ละมหาวิทยาลัย ระยะเวลาการเรียนประกอบกันนะครับ

Q:   ได้ยินมาว่าที่ออสเตรเลีย มีคนเอเชีย อยู่เยอะทีเดียว พี่เก้คิดว่าจะส่งผลกระทบด้านการเรียน หรือพัฒนาด้านภาษาอังกฤษหรือไม่

A:   สำหรับตัวพี่ พี่ว่าไม่เลยนะ ตรงกันข้ามพี่อยากให้คิดว่าการได้ฟังภาษาอังกฤษหลายๆ สำเนียงที่แตกต่างกัน ทำให้เราเรียนรู้และคุ้นเคยกับมันมากกว่า อย่าลืมว่าสมัยนี้เราไม่ได้คุยกับแค่คนอังกฤษ อเมริกันหรือคนออสซี่ที่เป็นเจ้าของภาษา แต่เราอาจต้องติดต่อกับพวกญี่ปุ่น หรืออาหรับด้วย คืออยากให้มองว่าตรงนี้เป็นข้อดีนะที่จะได้ทำความคุ้นเคยกับสำเนียงที่ฟังยากๆ (คอนเฟิร์มเลยว่าอินเดียกับอาหรับนี่ยากจริง)

มีอีกข้อที่อยากฝากไว้ให้คิดครับ ตอนที่พี่ไปเรียน Pre-Course สำหรับนักศึกษาต่างชาติ มีอาจารย์ออสซี่เค้าสอนว่าพวกยูอย่าท้อแท้ที่จะเรียนภาษาที่สอง เค้าเข้าใจว่ามาเรียนปริญญาด้วยภาษาที่สองมันไม่ง่าย แต่เค้าบอกว่าให้คิดว่าพอเราได้ภาษาที่สองกลับไป มันจะเป็นกำไรเรา คือถ้าไปเทียบกับพวกนักเรียนโลคอลทั้งหลาย พวกนั้นมันจบไปมันได้แต่ปริญญา ไม่ได้ภาษาที่สองไปด้วย เออ! พอคิดในมุมนี้ก็มีกำลังใจมาเลยทีเดียว

Q:   คนออสซี่เป็นมิตรกับคนต่างชาติหรือเปล่าครับ

A:   คนออสซี่เป็นมิตรมากนะ ค่อนข้างชิวๆ สบายๆ พี่ว่านิสัยคล้ายคนไทยเลยล่ะ ตรงนี้ไม่ต้องกังวลเลย สังคมเค้าเปิดสำหรับคนหลายเชื้อชาติ หลายศาสนาและเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน (อันนี้ขอพูดโดยรวมนะครับ เพราะจริงๆ ในสังคมมันก็มีคนหลากหลายประเภทรวมๆ กันไป คือจะมีบางกลุ่มเล็กๆที่ยังกีดกันชาวต่างชาติอยู่เหมือนกัน)

Q:   ที่นั่นบ้านเมืองปลอดภัยหรือไม่ อากาศเป็นอย่างไร อาหารอุดมสมบูรณ์ดีหรือเปล่าครับ

เมืองใหญ่ๆ ที่น้องๆ ไปอยู่ประจำถือว่าปลอดภัยครับ สถิติอาชญากรรมหนักน้อยถึงน้อยมากครับ แต่แม้ว่าอาชญากรรมหนักน้อย ก็ไม่มีอะไรปลอดภัย 100% อย่างพวกลักเล็กขโมยน้อยก็ยังมีนะครับ อ้อแล้วก็น้องๆ ที่ชอบเที่ยวกลางคืนก็ต้องระวังตัวเองหน่อยนะครับ เพราะคนที่นี่แบบว่าเฮฮาก็แบบสุดๆ ไม่ยั้งเลย (โดยเฉพาะคืนวันศุกร์ เสาร์) อาจมีกระทบกระทั่งกันได้ครับ เห็นตำรวจต้องมาเคลียร์ประจำ ยังไงก็แล้วแต่ดูแลตัวเอง อย่าประมาทไว้ดีที่สุดครับ

เรื่องสภาพอากาศ ขออนุญาตเล่าเฉพาะเมลเบิร์นนะครับ คือโดยรวมแล้วมีทุกรสครับผม 5555 ที่โหดจริงๆ พี่ว่าเป็นช่วงหน้าร้อนนะครับ วันไหนร้อนก็ร้อนสุดๆเลย (แต่จริงๆแล้วปีละไม่กี่วันหรอก) ที่ว่าสุดๆ นี่ 44-45 องศาเลยนะครับ แต่ที่ต้องห่วงคือหน้าร้อนนี่อุณหภูมิจะเปลี่ยนเร็วมากครับ ช่วงเช้าๆ 20 องศาต้นๆ แต่พอสายๆ บ่ายๆ นี่ 35+ เป็นประจำครับ พี่จำได้มีอยู่วันนึง ตอนบ่ายร้อนมาก 40 องศาขึ้น แต่ตอนเย็นฝนตกครับ จำได้เลยอุณหภูมิเหลือประมาณ 20 องศา คือแบบว่าอุณหภูมิลง 20 องศาในไม่กี่ชั่วโมงเอง ส่วนหน้าหนาวพี่ว่าพอทนไหวครับ และจะดูแลตัวเองง่ายกว่าครับเพราะว่าอุณหภูมิทั้งวันจะไม่ต่างกันมากเหมือนช่วงหน้าร้อนครับ อ้อไฮไลท์อีกอย่างคือลมแรงครับ อันนี้ไม่มีคำแนะนำเพราะเจอแน่ๆ ครับ ไม่รู้จะหลบยังไง

เรื่องอาหารการกินสมบูรณ์พร้อมครับทั้งคาว หวาน ทั้งฝรั่ง ไทย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีครบครับ อร่อยด้วย หรือถ้าจะประหยัดหน่อยก็สามารถทำกินเองได้สะดวกเช่นกันครับ เพราะมีพวกร้านเอเชียอยู่ค่อนข้างเยอะครับ (ตามเมืองใหญ่นะครับ) สำหรับน้องๆ ที่ชอบมื้อดึก พี่แนะนำให้เกาะติดโซนไชน่าทาวน์ไว้ครับ อยู่ติดๆ ไว้ไม่มีอดตายครับ

Q:   อยากให้พี่เก้ ให้คำแนะนำทิ้งท้าย สำหรับน้องๆที่อยากไปเรียนออสเตรเลียครับ

A:   สุดท้ายขอฝากไว้ให้น้องๆ คิด 2 ข้อนะครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ตรงจากพี่ละกัน

ข้อแรกพี่ขอแนะนำเลยว่าพยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุดครับ อะไรก็ได้ที่เราไม่เคยทำหรือไม่เคยคิดจะทำตอนที่อยู่เมืองไทย ยกตัวอย่างการทำงานร้านอาหารก็สอนอะไรให้พี่หลายอย่างเลยครับ ได้ทั้งรู้จักคนหลากหลาย การช่วยเหลือกัน และอื่นๆ อีกมากครับ ยอมสละเวลาเรื่องอื่นมาลองทำงานพาร์ตไทม์ดู พี่เชื่อว่าได้ประโยชน์คุ้มค่าครับ

การหาประสบการณ์ไม่ได้เฉพาะการทำงานนะครับ พี่รวมถึงการเที่ยว เปิดโลกใหม่ๆ ด้วย คือการที่ออสเตรเลียเป็นประเทศกว้างใหญ่ หลากหลายวัฒนธรรม มันมีอะไรน่าสนใจเยอะครับ เพราะฉะนั้น เที่ยวโลดครับ (แต่อย่าเสียการเรียน แล้วก็ดูเรื่องงบประมาณในกระเป๋าด้วยนะครับ) คือเช่ารถ ลงเรือ ต่อเครื่อง เอาให้ครบครับ ไม่แน่อาจได้ไอเดียดีๆมาต่อยอดที่เมืองไทยได้ ใครจะไปรู้

ข้อสองที่อยากฝากไว้คือการคบเพื่อนครับ อันนี้สำคัญมากเพราะไปอยู่เมืองนอกไกลครอบครัว คนที่ใกล้เราที่สุดก็เพื่อนๆ นี่ล่ะครับ มีคำถามว่าคบเพื่อนต่างชาติดีกว่าเพื่อนคนไทยรึเปล่า ก็แน่นอนครับสิ่งที่ได้เต็มๆ ก็คือเรื่องภาษา กับได้ประสบการณ์เจอคนหลากหลาย ได้ทำงานกลุ่มกับคนหลายสไตล์ ได้แลกเปลี่ยนความคิดแชร์ความรู้กัน ก็อยากจะให้เรียนรู้สิ่งดีๆจากเค้ามาครับ แต่เวลามีปัญหา เราคนไทยก็จะช่วยเหลือกัน จะรู้ใจและจะช่วยแก้ปัญหาให้เราได้ดีที่สุดครับ เพราะฉะนั้นพี่เลยอยากแนะนำให้สร้างคอนเนคชั่นกับคนไทยด้วยกันเองด้วยครับ อย่าลืมนะครับว่าเมื่อเรากลับมาทำงานทำธุรกิจที่เมืองไทย คอนเนคชั่นที่ได้มาได้ใช้แน่นอนครับ

www.innerview.co

Talk with Innerview Alumni : P’Pang BI Norwegian

Interview_Pang

สวัสดีครับ Innerview.co พามาคุยกับพี่แป้ง Alumni คนเก่งของเราที่กำลังไปศึกษาต่อด้าน Master of Science in Organisational Psychology & Leadership ที่ BI Norwegian  Business School, NORWAY ภายใต้ทุนการศึกษา A. Wilhelmsen Foundation Scholarship Programme (Full scholarship) โดยพี่แป้งจะมา Share ประสบการณ์การเตรียมตัวสมัครเรียน รวมถึงประสบการณ์การขอคำปรึกษากับ Advisor ของ Innerview ครับ

Q:   อยากให้พี่แป้งแนะนำตัวครับว่า เรียนจบจากที่ไหน สาขาวิชาอะไร

A:  เรียนจบจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ 3 ปีที่แล้วค่ะ

Q:   แล้วตอนนี้พี่แป้งทำงานเกี่ยวกับอะไรอยู่ครับ เกี่ยวข้องกับวิชาที่กำลังจะไปเรียนต่อหรือเปล่าครับ

A:   ตอนนี้พี่ทำงานเป็นที่ปรึกษาองค์กร ด้านทรัพยากรบุคคล เฉพาะทางในด้านของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร สร้างความผูกพัน การค้นหา talent ในองค์กร และการวางตัวผู้สืบทอดตำแหน่ง  ซึ่งค่อนข้างเกี่ยวกับด้านที่ไปเรียนต่อ เนื่องจาก เนื้อหาหลักเป็นวิชาด้านจิตวิทยาองค์กรและธุรกิจ ส่วนตัวพี่สนใจเนื้อหาด้านธุรกิจเพราะจะช่วยเพิ่มความรู้เดิมด้านจิตวิทยาที่มีอยู่ และสามารถมาประยุกต์ใช้กับการทำงานในองค์กรได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

Q:      พี่แป้งมีวิธีเตรียมตัวไปเรียนต่อยังไงบ้างครับ

A:   เนื่องจากพี่เตรียมตัวเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย และงาน consultant เป็นงานที่ค่อนข้างหนัก ดังนั้นต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงพี่ตัดสินใจจะสมัครชิงทุนการศึกษาในช่วงเดือน มีนาคม ปีที่แล้ว ซึ่งก็คือประมาณ 1 ปี ก่อนครบกำหนด Deadline เลยต้อง stick with plan มากๆ ค่ะ เพราะว่าระหว่างทำงาน เราจะมีขี้เกียจบ้างอะไรบ้าง ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ หลักๆ คือ พอสนใจทุนนี้ก็รีบศึกษารายละเอียดให้ชัดว่ามีเงื่อนไขอะไรบ้าง ถัดมาคือต้องสอบภาษาอังกฤษ (IELTS) ให้ผ่าน หลังจากนั้นคือเตรียมเรื่อง Essay ในความเห็นของพี่มองว่าเราไม่ควร ทำ 2 อย่างพร้อมกัน เพราะว่ามันจะไม่เต็มที่ซักอย่าง พอพี่สอบภาษาอังกฤษผ่าน ก็เริ่มเตรียม Essay ทันที ตอนนี้ก็สามารถเตรียมเอกสารอื่นๆ ไปพร้อมกันได้ เช่น พวกเอกสารที่ต้องขอจากมหาวิทยาลัยค่ะ

Q:   แล้วพี่แป้งมีวิธีเตรียมตัวเขียน Essay อย่างไรบ้างครับ

A:   การเตรียม Essay ของพี่ต้องมี 2 ชิ้นค่ะ คือ SOP และ essay สำหรับขอทุนฯ ซึ่งในการเตรียม essay ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องแก้หลายรอบมาก ดังนั้น น้องๆ จึงควรเตรียมตั้งแต่เนิ่นๆ นะคะ พี่เองมาเริ่มเขียนตอน 3 เดือนสุดท้ายก่อนหมดเขตทุน ยังรู้สึกว่ามีเวลาน้อยเกินไปค่ะ ซึ่งหากย้อนเวลากลับไป พี่ก็อยากจะใช้เวลาเพิ่มเป็นซัก  6 เดือน จะได้ไม่ต้องรีบตอนช่วงสุดท้ายค่ะ

ในการเตรียมงานเขียน พี่ก็เริ่มจากเตรียมเค้าโครงเรื่องและจุดสำคัญๆ ที่เราอยากจะแสดงให้คนอ่านได้ประทับใจ  โดยต้องศึกษาจากจุดประสงค์ของที่เรียนและทุนฯ ให้ดีว่าหลักสูตรและมหาวิทยาลัยต้องการผู้เรียนลักษณะไหน เพื่อให้เขียนได้ตรงจุด  โดยการเขียน essay ระบุว่าห้ามเกิน 1 หน้า ซึ่งยากมาก เพราะว่ามันทำให้เราไม่สามารถเขียนทุกอย่างที่เราอยากจะพูดถึงได้ค่ะ แล้วพี่ก็ให้พี่ advisor ที่มีประสบการณ์เคยสมัครเรียนต่อช่วยดูให้ค่ะ

Q:   พี่ advisor ช่วยพี่แป้งยังไงบ้างครับ

A:   พี่ advisor ช่วยอ่าน Essay ของพี่เพื่อปิด gap ซึ่งก็ช่วยได้มาก เพราะว่าช่วยตัดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น ทำให้เนื้อหากระชับ ตรงประเด็น และช่วยชี้ว่าเนื้อหาส่วนไหนที่เป็นจุดแข็งของเราหรือส่วนไหนที่ยังอ่านแล้วไม่ชัดเจน ซึ่งพี่ advisor ก็ไม่ได้มาเปลี่ยนเนื้อหา ทำให้งานเขียนยังแสดงความเป็นตัวตนของเราเหมือนเดิม แต่พี่เค้าจะแนะนำวิธีการสื่อสาร ทำให้ Essay ของเราน่าสนใจมากขึ้น แล้วก็ชัดเจน ไม่เยิ่นเย้อค่ะ

Q:   สุดท้ายนี้ ขอให้พี่แป้งฝากอะไรถึงน้องๆ หน่อยครับ ไหนๆ เราก็เตรียมไปเป็นเด็กนอกกันแล้ว รบกวนเป็นภาษาอังกฤษละกันครับ

A:   Be well-prepared on planning and set an achievable goal at least one year in advance. Ask yourself which programme and in which university you want to pursue, as well as which lifestyle you want to live your life. Those will certainly lead you to the most suitable programme. For people who are doing full-time jobs, well-balance between work and your essay preparation. It would be apparently harder and messier if you prepare last minute.

www.innerview.co

Small Talk: Let’s Be an Innerview Advisor

Slide1

สวัสดีครับ เราอยากจะมาเล่าถึงที่มาที่ไปของ Innerview และทำไมเราถึงอยากจะชวนให้มาเป็นพี่ advisor ของ Innerview เพื่อให้คำแนะนำกับน้องๆ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมเรียนต่อในต่างประเทศกันครับ

จำได้หรือไม่ครับว่าตอนที่พวกเราเตรียม essay นั้น ต้องพยายามไปหาเพื่อนหรือรุ่นพี่มาช่วยอ่าน essay ที่เขียนเสร็จแล้ว เพื่อให้ช่วยดูให้ว่าสิ่งที่เราเขียนนั้น ผู้อ่านจะเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ ภาษาที่ใช้นั้นถูกต้องเหมาะสมหรือเปล่า หรือโดยภาพรวม งานเขียนของเรามีความน่าสนใจเพียงพอและมีความแตกต่างจากใบสมัครของผู้สมัครอื่นๆ ที่มีเป็นจำนวนมากหรือไม่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นใบสมัครสำหรับโปรแกรมที่มีอัตราแข่งขันสูงในมหาวิทยาลัยระดับท้อป เรายิ่งรู้สึกอยากให้งานเขียนของเรามีความแตกต่างจากคนอื่นมากๆ) ซึ่งกว่าจะหาคนอ่านที่พร้อมจะอ่านงานของเราแบบตั้งใจนั้นไม่ง่ายเลย (โดยเฉพาะหากเราเรียนอยู่นอกกรุงเทพฯ นะครับ) อีกทั้งเราจะต้องรู้สึกเกรงใจที่จะต้องขอร้องให้เขาอ่าน essay/SOP ของเรา ซ้ำไปซ้ำมาและคอยตอบคำถามของเราใช่หรือไม่ครับ ซึ่งหากจะไป consult บริษัทที่ให้บริการแนะนำด้านการเตรียมเรียนต่อโดยตรง ค่าใช้จ่ายอาจอยู่ในระดับที่เราจับต้องไม่ได้เลย และอาจต้องย้อนกลับมาให้เพื่อนๆ และพี่ๆ ที่รู้จักอ่านให้จะดีกว่าใช่ไม๊ครับ

Innerview เลยตั้งใจที่จะมาช่วยลดความยากลำบากในการตามหาคนที่จะมาช่วยอ่าน essay / SOP ให้ลดลง (จากสมัยก่อนที่เราสมัครเรียน) โดยเป็นสื่อกลางให้กับน้องๆ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมไปเรียนต่อในต่างประเทศให้สามารถขอคำปรึกษาด้านการเขียน essay จากรุ่นพี่ที่อยู่ระหว่างการเรียนต่อหรือว่าเรียนจบมาแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมหาวิทยาลัยและโปรแกรมที่น้องๆ เหล่านั้นกำลังเตรียมตัวสมัครครับ เพราะเราเชื่อว่ารุ่นพี่ที่มีประสบการณ์จะสามารถช่วยชี้ให้เห็นถึงประเด็นสิ่งที่น่าสนใจหรือสิ่งที่ยังขาดหายไปในงานเขียนของผู้สมัครได้ ในขณะที่ essay นั้น ยังคงแสดงถึงตัวตนของผู้เขียนได้เต็มที่ เนื่องจากเราไม่อนุญาตให้เขียนแทนให้กับน้องผู้ขอคำปรึกษาครับ

พี่ๆ Founders ของ Innerview ได้แชร์ให้เราฟังว่า คำถามที่มักจะได้รับบ่อยๆ จากน้องๆ ที่อยู่ระหว่างการเตรียมสมัครเรียนคือ อะไรเป็นสิ่งที่ admissions offices ของแต่ละมหาวิทยาลัยคาดหวังจากตัวผู้สมัคร ซึ่งพี่ๆ ให้ความเห็นว่า ในความเป็นจริง ใบสมัคร หรือ essay ที่ดี ไม่ได้มีรูปแบบที่ตายตัวเสมอไป เพราะว่าผู้สมัครแต่ละคน ต่างก็มีพื้นประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งก็จะทำให้แต่ละคนมีเรื่องที่จะเล่าที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปอยู่แล้ว ดังนั้น advisor ของ Innerview ก็จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยดึงเอาความน่าสนใจในงานเขียนของน้องๆ แต่ละคนออกมาจากประสบการณ์ที่ advisor ได้คลุกคลีกับสิ่งแวดล้อมในการเรียนในโปรแกรมหรือในมหาวิทยาลัยต่างๆ ในต่างประเทศมาแล้ว อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว พี่ๆ ที่มีประสบการณ์ดีๆ อยู่กับตัว ได้เวลาเอาออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์ Pay it forward, and get paid นะครับ

Platform ของ Innerview สามารถรองรับการส่งงานเขียนทั้ง essay, SOP หรือ short questions จากน้องมาถึงพี่ได้โดยไม่ต้องผ่านช่องทางส่วนตัว รวมถึง ไม่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวซึ่งกันและกัน โดยระบบสามารถรองรับการส่งงานด้วยภาษาต่างๆ ทั้ง ภาษาอังกฤษ ไทย ภาษาภาคพื้นทวีปยุโรป จีน ญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งเกาหลี เพื่อให้น้องๆ ที่อยากจะเรียนต่อในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลกสามารถเข้าถึงคำแนะนำของพี่ๆ ได้ครับ อีกทั้งการรับส่งค่าตอบแทนดำเนินการผ่านระบบรับชำระเงินอัตโนมัติที่มีมาตรฐานเดียวกันกับ Website ขนาดใหญ่อื่นๆ ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยสูงสุด สบายใจได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ระบบของเราขอให้ทุกคนใช้ชื่อและรูปจริงในการใช้เป็น Profile นะครับ เพราะน้องๆ คงอยากเห็นหน้าและรู้ชื่อจริงของพี่ๆ ที่เขากำลังขอคำแนะนำด้วย ใช่ไม๊ครับ ทั้งนี้หากยังมีข้อสงสัย ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมต่อได้ที่ http://www.innerview.co/faq หรือ สอบถามทาง message box http://www.innerview.co/contact ครับ

www.innerview.co